about us

" เรื่องรถมือสองต้องคาร์โก "

บริษัท คาร์ โก (ประเทศไทย) จำกัด เอ้าท์เล็ทรถยนต์มือสองที่แรกของประเทศไทย อัดแน่นด้วยรถหลากหลายแบรนด์ ทุกสภาพ ทุกราคา ทั้งปลีกและส่ง เสมือนโกดังรถยนต์มือสองขนาดใหญ่ ซื้อขายตั้งแต่กลุ่มรถราคาประหยัด รถทำงาน จนไปถึงกลุ่มรถหรู เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนรักรถ

ด้วยประสบการณ์มากกว่า 40 ปี และความรักที่เรามีต่อกลุ่มธุรกิจยานยนต์ เราสัญญาว่าจะผลักดันตัวเอง และจะไม่หยุดพัฒนา เพื่อเข้าใจสถานการณ์ ความเปลี่ยนแปลง ปัจจัยต่างๆของลูกค้า เพื่อสร้างประสบการณ์การซื้อรถมือสองที่มีมาตรฐานและโปร่งใส

คาร์ โก ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 8,900 ตารางเมตร ความสูง 4 ชั้น บนถนนร่มเกล้า ใกล้สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ เราเป็นศูนย์บริการครบวงจร มีเจ้าหน้าที่จากสถาบันการเงินและบริษัทประกันภัยรถยนต์ต่างๆที่พร้อมให้บริการทันที

ที่คาร์ โก เราทำงานอย่างจริงจัง และจริงใจ เพื่อมอบความสุขให้กับลูกค้าทุกคน

รับประกันคุณภาพรถยนต์ พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม.

           เราขอเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้าทุกท่าน ด้วยการรับประกันคุณภาพรถยนต์ครอบคลุม เดือน พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชม. โดยที่ลูกค้าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใดๆ

 

คาร์ โก รถยนต์มือสองคุณภาพ

          รถยนต์มือสองของคาร์โกทุกคัน จะต้องผ่านการเงื่อนไขการประเมินเบื้องต้น และเป็นไปตามมาตรฐานการตรวจเช็คสภาพรอบคันอย่างเคร่งครัด

1. อายุการใช้งานไม่เกิน 10 ปี                                                
2. ระยะการใช้งานไม่เกิน 250,000 กิโลเมตร         
3. รถไม่มีประวัติอุบัติเหตุรุนแรง จมน้ำ หรือไฟไหม้                         
4. ผ่านการตรวจรับรองคุณภาพ 130 จุด

นอกเหนือจากนี้ รถทุกคันต้องผ่านการปรับสภาพและทำความสะอาดอย่างละเอียด ก่อนจะนำมาจัดแสดงบนโชว์รูม เพื่อความสมบูรณ์ของตัวรถรอบคัน และเพื่อความพึงพอใจของลูกค้าทุกคน

มาตรฐานการตรวจรับรองคุณภาพ 210 จุด

            คาร์ โก จะทำการตรวจสภาพรถยนต์ทุกคันทั้งหมด 130 จุด ด้วยเครื่องมือที่มันสมัย เพื่อเป็นไปตามมาตรฐานสากลของรถยนต์มือสอง เมื่อชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์ใดในรถมีจุดบกพร่องหรือไม่สามารถใช้งานได้ รถคันนั้นจะถูกส่งไปซ่อมแซมและปรับสภาพโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ โดยจะแบ่งหมวดหมู่การตรวจสภาพรถยนต์ดังนี้

1. การตรวจสอบระบบอิเล็กทรอนิกส์                     
2. การตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ
3. การตรวจสอบอุปกรณ์ภายในห้องเครื่องยนต์           
4. การตรวจสอบสภาพใต้ท้องรถและช่วงล่าง
5. การตรวจสอบอุปกรณ์ไฮบริด (ถ้ามี)                     
6. การตรวจสอบอุปกรณ์เชื้อเพลิงก๊าซ CNG (ถ้ามี)
7. การทดลองขับจริงบนถนน                               
8. การตรวจเช็คสภาพตัวถัง สี และโครงสร้าง
9. การตรวจสภาพภายใน และอุปกรณ์ในรถ             
10. มาตรฐานความสะอาดทั้งในและนอกตัวรถ

[X]

ดูรถที่เลือกไว้ ()